|
การถ่ายภาพใต้น้ำ
เก็บมาแต่ภาพถ่าย
ทิ้งไว้เพียงความทรงจำ
แล้วเราจะเก็บภาพถ่ายมาได้ยังไงถ้าเราไม่รู้จักวิธีการถ่ายภาพใต้น้ำ
เรามาเรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพใต้น้ำแบบงูๆ
ปลาๆ กันดีกว่าครับ
เมื่อเราลงไปท่องโลกใต้ทะเลจะได้ถ่ายภาพความสวยงามจากใต้ท้องทะเลลึกมาอวดเพื่อนฝูงหรือเก็บไว้ชื่นชมเองเมื่อยามคิดถึงทะเล
การถ่ายภาพใต้น้ำไม่ง่ายเหมือนอย่างการถ่ายภาพบนบกเพราะการถ่ายภาพใต้น้ำมีตัวแปรที่มีผลต่อภาพหลายอย่างทั้งเรื่องแสงและสีของภาพ
ความใสของน้ำ
การพยุงตัวของช่างภาพ
ไม่ใช่ว่าจะเล็งภาพกันได้ง่ายๆ
เหมือนการถ่ายภาพบนบก
อุปกรณ์ที่ใช้จะต้องกันน้ำใต้ซึ่งมีราคาแพง
แฟลชและอุปกรณ์ต่างๆ
ที่ใช้ล้วนเป็นอุปกรณ์พิเศษ
เรามาเรียนรู้กันเลยครับ
ถ่ายภาพใต้น้ำจะใช้กล้องอะไรดี?
การถ่ายภาพสำหรับการดำแบบผิวน้ำ
ใช้กล้องอะไรถ่ายก็ได้ครับ
กล้องดิจิตอล หรือ
กล้องฟิล์มแบบคอมแพค
(
ที่มักเรียกกันว่ากล้องปัญญาอ่อน
) ก็ได้
หรือจะใช้กล้อง SLR
แบบเปลี่ยนเลนส์ได้ก็ได้ครับ
เพียงแต่เราต้องซื้อถุงพลาสติกใสกันน้ำมาใส่
ถุงเป็นถุงพิเศษไม่ใช่ถุงใสที่ใช้ใส่ผักนะครับ
ถุงกันน้ำสำหรับกล้องจะหนาและเหนียว
และที่สำคัญคือจะต้องมีระบบการปิดปากถุงที่กันน้ำรั่วซึมได้ดี
ราคาถุงก็ไม่แพงประมาณสัก
150 บาท
คุณภาพของภาพที่ได้ก็พอใช้ได้
แต่ถ้าต้องการได้ภาพที่มีคุณภาพก็ต้องใช้อุปกรณ์เหมือนกับการถ่ายภาพแบบดำน้ำลึก
การถ่ายภาพใต้น้ำสำหรับการดำน้ำลึก
( Scuba Diving )
เราจะใช้กล้องอะไรดี
มีให้เลือกทั้งกล้องดิจิตอลราคาไม่ถึงพัน,
กล้องดิจิตอลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้
DSLR , กล้อง SLR ,
และกล้องถ่ายภาพใต้น้ำโดยเฉพาะ
ถ้าหากเราต้องการซื้อกล้องไว้ถ่ายภาพใต้น้ำเราจะเลือกแบบไหนดี
ตอบแบบทุบโต๊ะฟันธงไปเลยครับว่าให้เลือกกล้องดิจิตอล
เหตุผลเพราะว่ากล้องดิจิตอลราคาไม่แพง
กล่องกันน้ำก็ราคาไม่แพง
แต่กล้อง DSLR
มีราคาแพงมากราคาตัวละ
4 หมื่นขึ้นไป
กล่องกันน้ำราคาแสนกว่าบาท
กล้อง SLR
ที่เราอาจจะมีใช้อยู่แล้วก็ใช้ไม่ได้เพราะกล่องกันน้ำราคาอันละแสนกว่าบาท
ยิ่งกล้องสำหรับถ่ายภาพใต้น้ำโดยเฉพาะยิ่งแพงไปกันใหญ่
ตัวละเป็นแสน
ถึงท่านจะมีเงินซื้อแต่ผมไม่มีความรู้เพราะตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยได้จับเลยครับ
อีกเหตุผลหนึ่งที่กล้องดิจิตอลเหนือกว่ากล้อง
SLR
สำหรับการถ่ายภาพใต้น้ำคือ
ไม่ต้องเปลี่ยนฟิล์ม
กล้องดิจิตอลเก็บภาพไว้ในแผ่น
Memory
เราสามารถถ่ายภาพได้หลายร้อยภาพสำหรับแผ่นเก็บภาพเพียง
1 แผ่น แต่กล้อง SLR
ถ่ายได้เพียง 36
ภาพก็ต้องเปลี่ยนฟิล์ม
การเปลี่ยนฟิล์มใต้น้ำเป็นสิ่งที่ยากกว่าการส่งยานอวกาศไปลงดาวอังคาร
ถ้าหากเราไม่ใช่มือโปรที่ต้องการภาพที่คุณภาพสูงสำหรับเอาไปตีพิมพ์ก็เลือกใช้กล้องดิจิตอลเถอะครับ
กล้องตัวละหมื่นกว่าบาท
กล่องกันน้ำอันละไม่ถึงหมื่น
เท่านี้ก็ถ่ายได้แล้วครับ
เราสามารถใช้ถุงกันน้ำเหมือนกับการถ่ายภาพแบบการดำผิวน้ำได้หรือไม่?
ไม่ได้ครับ
การดำน้ำลึกจะมีแรงบีบอัดของน้ำรอบๆ
ด้านสูงมาก
หากเราเอากล้องใส่ถุงกันน้ำลงไปเมื่อเราดำลงไปลึกมากๆ
แรงกดของน้ำจะบีบจนกล้องพังเสียหาย
ดังนั้นจึงต้องใช้กล่องกันน้ำที่ออกแบบมาโดยเฉพาะปลอดภัยที่สุด
อุปกรณ์การถ่ายภาพใต้น้ำ
|

กล้องดิจิตอลตัวโปรดของท่าน |

ซื้อกล่องกันน้ำสักตัว
( Housing )
ก็ถ่ายภาพใต้น้ำได้แล้ว |
กล่องกันน้ำหรือ
Housing ทำจากพลาสติกใส
แข็งแรงทนแรงบีบอัดได้ดี
ออกแบบมาสำหรับการดำน้ำลึกสูงสุดเพียง
40 เมตร
หากดำลึกไปกว่านี้อาจมีการรั่วซึมตามจุดต่างๆ
ปุ่มปรับการทำงานของกล้องจากภายนอก
Housing
จะเหมือนกับการที่ตัวกล้องทุกประการ
ใช้งานสะดวก
จุดสำคัญของกล่องกันน้ำนี้คือ
O-Ring หรือซีลยางที่อยู่ที่รอยต่อระหว่างฝาหลัง
กับตัว Housing ซีลยางจะต้องไม่ฉีกขาดหรือมีสิ่งสกปรกเกาะติดอยู่เช่น
เส้นผม เม็ดทราย
หรือเศษผงต่างๆ
เพราะจะทำให้เกิดการรั่วซึม
ก่อนนำกล้องลงทะเลจะต้องแช่ในถังน้ำจืดหลังเรือก่อนเพื่อทดสอบว่ารั่วหรือไม่
ถ้ารั่วก็จะได้รีบแก้ไข
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็พร้อมที่จะลงทะเล
การเอากล้องลงทะเลไม่ใช่ว่าจะกล้องคล้องคอแล้วโดดตูมลงไปนะครับ
ตัวโดดลงไปก่อนแล้วค่อยให้เพื่อนบนเรือช่วยส่งกล้องให้
อย่าลืมใส่แบตเตอรี่สำหรับกล้องก่อนลงทะเลนะครับหากลงน้ำไปแล้วเกิดนึกขึ้นได้ว่าลืมใส่แบตล่ะก็อดถ่ายเลย
ภาพที่เราเห็นใต้ท้องทะเลเป็นที่เกิดจากแสงที่ผ่านน้ำลงมา
น้ำมีคุณสมบัติดูดกลืนสี
สีที่หายไปอย่างมากคือสีแดง
ยิ่งลึกมากสีแดงยิ่งหายไปมากเมื่อเราถ่ายภาพออกมาจึงเห็นภาพเป็นสีน้ำสำหรับการถ่ายภาพใต้น้ำที่ลึกๆ
ส่วนภาพที่ถ่ายในบริเวณที่ไม่ลึกมากก็จะได้ภาพออกไปทางสีเขียวเหลือง
วิธีการที่จะให้ถ่ายได้แสงถูกต้องคือเราจะต้องใช้แสงแฟลชแทนแสงธรรมชาติ
ภาพที่เกิดจากแสงไฟแฟลชเป็นสีที่ถูกต้องสมจริงดังนั้นเราจึงควรใช้แฟชทสำหรับการถ่ายภาพใต้ทะเลที่ต้องการให้สีสมจริง
|
ภาพซ้ายถ่ายโดยไม่ใช้แฟลชภาพจึงมีโทนเขียวเหลืองไม่เหมือนกับสีจริง
ของวัตถุ
ทั้งนี้เป็นเพราะสีแดงถูกน้ำดูดกลืนไป
การแก้ปัญหาเรื่องนี้จึงควรใช้ไฟแฟลชจะทำให้ได้ภาพที่มีสีที่ค่อนข้างจะถูกต้อง |

ภาพที่เกิดจากการถ่ายโดยใช้แสงแฟลชให้ภาพที่มีสีดีขึ้น |
การใช้แสงแฟลชใต้น้ำจะมีข้อจำกัดบางประการที่มีผลทำให้ภาพแย่กว่าการไม่ใช่แฟชทเสียอีก
นั่นคือการถ่ายในบริเวณที่น้ำไม่ใสพอ
ปกติแล้วในน้ำที่ขุ่นจะมีสารแขวนลอยหรือตะกอนบ้างไม่มากก็น้อยทั้งนี้เป็นเพราะคลื่นลมในทะเลทำให้น้ำไม่อยู่นิ่งทำให้ตะกอนล่องลอยอยู่ในน้ำ
เมื่อเราใช้แฟลช
แสงไฟจากแฟลชจะไปกระทบกับเม็ดตะกอนเหล่านั้นทำให้ได้ภาพที่แย่กว่าภาพที่สีเพี้ยนเสียอีก
โปรดดูภาพประกอบ
ภาพซ้ายถ่ายโดยใช้แสงแฟลชได้ภาพที่ให้สีสันดีกว่าภาพขวาที่ไม่ใช้แสงแฟลช
แต่ว่าแสงแฟลชไปกระทบกับสารตะกอนในน้ำทำให้เกิดแสงสะท้อนเป็นจุดขาวจนไม่รู้ว่าภาพนั้นถ่ายอะไร
เปรียบเทียบกับภาพขวาถ่ายโดยไม่ใช้แสงแฟลชภาพที่ได้สีสันแย่มาก
แต่ว่าเราก็ยังพอมองออกว่ามันคืออะไร
ดังที่ได้เกิ่นไว้แล้วว่าการถ่ายภาพใต้น้ำมีข้อจำกัดหลายประการ
ความใสของน้ำก็เป็นอีกข้อจำกัดหนึ่ง
การถ่ายภาพด้วยแสงแฟลชจะได้ผลดีในกรณีที่ถ่ายในสภาพน้ำที่ใสปิ๊ง
เราจะได้ภาพที่มีสีสันสมจริงและภาพไม่เกิดจุดสีขาวดังภาพตัวอย่าง
แต่การถ่ายภาพด้วยแสงไฟแฟลชก็ยังมีข้อจำกัดเรื่องระยะห่างของวัตถุที่จะถ่าย
ถ้าหากเราถ่ายวัตถุที่อยู่ใกล้ๆ
ก็จะได้ผลดีคือภาพมีความสว่างเพียงพอและมีสีสันสวยงาม
แต่ถ้าเราถ่ายวัตถุที่อยู่ไกลจากตัวเราก็จะมีปัญหาเรื่องปริมาณความแรงของแสงแฟลช
ถ้าหากแสงแฟลชไม่แรงพอก็จะได้ภาพที่มีสีผิดเพี้ยน
แฟลชที่ติดมากับกล้องใช้ได้ผลดีในการถ่ายภาพในระยะใกล้ๆ
ไม่น่าเกิน 1.5 เมตร แสงแฟลชที่แรงเมื่อถ่ายบนบกจะลดลงไป
1 stop
เมื่ออยู่ใต้น้ำเพราะแสงเดินทางผ่านน้ำได้แย่กว่าการเดินทางผ่านอากาศ
ดังนั้นเราจึงใช้แฟลชที่ติดมากับตัวกล้องถ่ายได้เฉพาะใกล้ๆ
แต่ถ้าเราต้องการถ่ายภาพไกลกว่านั้นล่ะเราจะทำอย่างไร
เช่นต้องการถ่ายปะการังทั้งกอ
ทางออกก็คือเราต้องไปซื้อแฟลชภายนอกที่แรงกว่ามาต่อ
ต้องเสียเงินอีกแล้วซิ
การต่อแฟลชภายนอกค่อนข้างยุ่งยากและเปลืองเงินเพราะต้องใช้อุปกรณ์หลายชิ้น
โปรดดูภาพข้างล่างประกอบจะเข้าใจได้ดีขึ้น
 |
ชุดสำหรับการต่อแฟลชจากภายนอก
A คือแฟลชภายนอกที่มีกำลังไฟแรงกว่า
ทำให้ถ่ายภาพได้ไกลกว่า
B
คือแขนต่อ
C
คือฐานรองกล้อง
D
สายต่อแฟลช (
ไม่เห็นในภาพ )
ทุกชิ้นจะกอบเข้าด้วยกันเป็นชุด
และมีสายต่อพ่วงจากแฟลชมาที่ตัวกล้อง |
การถ่ายภาพใต้น้ำแบบดำผิวน้ำ
ง่ายนิดเดียว
ไม่จำเป็นต้องซื้อกล่องกันน้ำที่มีราคาแพงเป็นหมื่น
ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์อื่นๆ
ให้วุ่นวายมากเรื่องและเปลืองเงิน
เพราะการดำถ่ายภาพผิวน้ำ
กล้องจะจมน้ำลงไปนิดเดียวจึงไม่โดนแรงกดของน้ำมากนัก
ปัจจุบันนี้มีถุงกันน้ำใส่กล้องสำหรับถ่ายภาพใต้ผิวน้ำที่ไม่ลึกนัก
สนนราคาของถุงกันน้ำแบบนี้มีราคาเพียงไม่กี่ร้อยบาทไปจนถึงเป็นพันบาท
คุณภาพใช้ได้
ถุงกันน้ำที่กล่าวมาดังภาพข้างล่าง

ถุงกันน้ำ
อุปกรณ์สำหรับการถ่ายภาพใต้น้ำราคาประหยัด
การใช้งาน
เนื่องจากถุงกันน้ำไม่มีปุ่มใดๆ
ให้ปรับ
ลักษณะการใช้งานก็เหมือนถุงพลาสติกใบหนึ่งเพียงแต่ปากถุงปิดสนิทจนน้ำไม่สามารถซึมเข้าไปได้
เมื่อเอากล้องใส่เข้าไปในถุงแล้วก็จะไม่สามารถปรับปุ่มต่างๆ
ได้
ดังนั้นผู้ใช้จะต้องปรับกล้องให้พร้อมใช้งานก่อนที่จะใส่ถุง
เมื่อใส่เข้าไปแล้วก็จะทำได้เพียงกดปุ่มเท่านั้น
เช่น กดปุ่มเปิด
กดปุ่มถ่ายภาพ
กดปุ่มใช้แฟลช
ส่วนปุ่มที่ต้องหมุนปรับจะทำไม่ได้
อ่านกันแล้วก็จะรู้ว่าการถ่ายภาพใต้น้ำนั้นไม่ยาก
และไม่แพงอย่างที่คิด
ถ่ายภาพกันแล้วก็เอามาโพสภาพโชว์ให้ชมกันบ้างนะครับ
ว่างๆ
จะมาเขียนเทคนิคการถ่ายภาพใต้น้ำให้ได้ศึกษากันเพิ่มเติมนะครับ
เขียน /
ถ่ายภาพ โดย :
เวบมาสเตอร์
|